|
Review All about 5 books
สำหรับหนังสือเล่มแรกที่ฉันจะรีวิว มีชื่อว่า "ไดอารี่หลังกล้อง"/บันทึกหลังเก้าอี้ เป็นเอก รัตนเรือง โดยนวรัตน์ รุ่งอรุ่น

เหตุผลที่ฉันนำหนังสือเล่มนี้มารีวิว เพราะฉันอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้วูบหนึ่งฉันอยากทำงานกองถ่ายเลยล่ะ ผู้เขียนเป็นคนควบคุมความต่อเนื่องของภาพยนตร์เรื่อง "มนต์รักทรานซิสเตอร์" เธอได้จดบันทึกเรื่องราวการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเราจะได้เห็นการทำงานทุกขั้นตอนของกองถ่าย เห็นการทำงานของผู้กำกับ นักแสดง และเกือบทุกหน้าที่ นอกจากนี้ยังแฝงข้อคิดในการทำงาน ว่าจะต้องมีความอดทนและเอาใจใส่ จึงจะได้ผลงานที่ดี การเจออุปสรรคก็เหมือนกับได้ทดสอบกำลังใจและความพร้อมของเราในด้านต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเรื่องนี้เน้นย้ำเรื่องความสำคัญของ "ความสามัคคี" ในการทำงานเป็นทีม
คัดบางตอนจากหนังสือมาให้อ่าน...เพื่อนจะได้เห็นการทำงานของผู้กำกับ และความคิด ทัศนคติของเขา...เป็นเอก
"ผู้กำกับเนี่ยจะใช้ความคิดน้อยที่สุดในกองถ่าย แต่ต้องใช้สมาธิสูงที่สุดเพราะคนอื่นในกองถ่ายมันไม่มีสมาธิน่ะ มันมัวแต่แก้ปัญหา ไม่มีสมาธิกับงานที่จะบอกว่ามัน ใช่ มั้ย ทุกคนเป็นน้ำตาล เป็นครีม เป็นผงกาแฟกันหมด แต่เราไม่ได้เป็นอะไรเลย เราต้องคอยหยั่งเงี้ยและบอกว่า เออ อย่างงี้กำลังดีว่ะ น่ากินแล้ว นี่มันร้อนไป เย็นไป คือผู้กำกับมันมีหน้าที่ตรงนี้นะ กับทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นตรงนั้น กับรักษาอารมณ์ขันเอาไว้ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าซื้อใจเขา เพราะฉะนั้นเราจะไม่ค่อยเกร็งเท่าไหร่ ยกเว้นว่ามันมีเหตุการณ์ผิดปกติจริงๆอย่างเช่น ฝนตกเท่าไหร่ก็ไม่เลิก อะไรอย่างนี้" เป็นเอก กล่าว
สำหรับการเลือกนักแสดง เป็นเอกเล่าว่า

"พี่ให้ความสำคัญกับการแคสติ้งมาก มากกว่าการถ่ายภาพ มากกว่าการกำกับศิลป์ หรืออะไรต่างๆ...ตั้งแต่แว่บแรกเลย ส่วนมากทีเราคัดเลือกนักแสดง เราไม่ได้คัดเลืกจากพื้นฐานที่การแสดง เราเลือกจาก ความรู้สึก ของเรากับคนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นตัวละครหลักๆเราจะนัดคุยเลย แล้วไม่ได้คุยเรื่องหนังนะ เราจะคุยเรื่องสัพเพเหระ จะให้เขาเล่าว่าเมื่อคืนฝันรึเปล่า ฝันถึงเรื่องอะไร เราจะนั่งดูวิธีที่เขาหยิบแก้วกาแฟ เวลาที่เขานั่งคุยกับเรา เวลาฟังเรา เวลาที่เขาพูด มันเป็นการเรียนรู้กันและกันน่ะ"
สาระจาก เชิงอรรถท้ายเล่ม
1. Block shot การไปโลเคชั่นจริง เพื่อดูมุมกล้องว่าจะถ่ายซีนนั้นอย่างไร บล็อกกิ้ง คือนักแสดงจะเคลื่อนไหวในฉากนี้อย่างไร ตั้งกล้องตรงไหน ผู้กำกำบภาพจะดูแสง ดูทิศตะวันออกตะวันตก ฝ่ายโปรดักชั่นดีไซน์ก็จะดูว่าเซ็ทฉากอย่างไร ฝ่ายโลเคชั่น-ผู้จัดการกองถ่ายก็จะดูว่าวันถ่ายจริงจะจอดรถอย่างไร กินข้าวตรงไหน เป็นต้น
2. Crew call เวลานัดทีมงานที่โลเคชั่น
3. Continuity report แฟ้มรวม Continiuty sheet เรียงตามฉากในหนัง ซึ่งบันทึกการถ่ายทำแต่ละช็อต แต่ละเทคเอาไว้ เพื่อใช้ในขั้นตอนตัดต่อ
4. Montage คือการตัดต่อภาพหลายๆช็อตเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงความหมายบางอย่าง หรือแสดงเวลาที่ผ่านไป มี่ที่มาจากผู้กำกับชาวรัสเซีย
5. Wrap ถ้าเปิดพจนานุกรมจะแปลว่า ห่อ แต่ในกองถ่ายหนัง เมื่อผู้ช่วยผู้กำกับประกาศว่า wrap จะหมายความว่าเสร็จสิ้นการถ่ายทำของวันนั้นแล้ว ส่วน wrap party คือปาร์ตี้หลังปิดกล้อง
นอกจากส่วนที่เป็นไดอารี่บันทึกการถ่ายทำหนังแล้วยังมีภาพประกอบน่ารักๆ ...เป็นภาพนักแสดงและทีมงาน เช่น อุ้ม สิริยาการ ต๊อก ศุภกร นักแสดงคนอื่นๆ ทีมงานฝ่ายต่างๆ บรรยากาศโลเคชั่นและผู้กำกับเป็นเอก...............
Posted on Mon 11 Feb 2008 9:26 |
|